baby monster

By _quinth

Romance / Drama

beautiful tonight

since 19.02.2015




ดึกแล้ว

เด็กหนุ่มเพิ่งจะกลับบ้านทั้งที่เวลาล่วงเลยไปขนาดนี้

ยูกีฮยอนกระชับกระเป๋าสะพายชิดกับแผ่นหลัง รวบกองเอกสารรวมทั้งหนังสือเล่มหนาไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง นิ้วมือดันกรอบแว่นตาให้ขึ้นไปเกาะอยู่ที่สันจมูกอย่างเคย เมื่อตรวจดูแล้วว่าไม่ได้ลืมอะไรทิ้งไว้บนโต๊ะไม้ ขายาวในกางเกงสแล็คสีดำจึงก้าวออกมาจากห้องสมุด

เขาลอบยิ้ม แล้วเดินช้าๆตามกีฮยอนออกไป

แม้ว่าอยากจะเอ่ยปากชวนคุย แต่ก็รู้ดีว่าคนรักที่เดินดุ่มๆอยู่ด้านหน้าคงไม่ชอบใจเท่าไร ใช่แล้ว เขาเคยพยายามจะทำมันมาก่อนหน้านี้หลายต่อหลายครั้ง พยายามจะถามไถ่เรื่องราวต่างๆในรอบวัน แต่เด็กน้อยเอาแต่ใจคนนั้นไม่ยอมให้เขาทำเพราะเหตุผลบางอย่าง เด็กหนุ่มจะเอาแต่ส่ายหน้าแล้วเร่งเสียงโทรศัพท์แล้วกดหูฟังแบบอินเอียร์ลึกเข้าไปในโสตประสาท สุดท้ายเขาจึงต้องยอมแพ้

ด้วยข้อตกลงที่ว่าเขาจะไปส่งที่บ้านได้ ก็ต่อเมื่อเดินตามไปเงียบๆเท่านั้น

เสียงต๊อกแต๊กของรองเท้าคู่เล็กนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะน่าฟังแล้วไพเราะถึงเพียงนี้ อันที่จริงน่าจะเป็นเพราะก้าวเดินสั้นๆทว่าว่องไวนั้นเสียมากกว่าที่ทำให้คนตัวเล็กของเขาดูจะน่ารักกว่าใครอื่น กีฮยอนเคาะปลายเท้าไปตามจังหวะของบทเพลงนุ่มละมุนที่เจ้าตัวชอบฟัง ปากเรียวฮัมเพลงออกมาบ้างเป็นบางครั้ง แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เขาใจสั่น ทั้งรอยยิ้มที่ถูกส่งมาจากใบหน้าน่ารักนั้นเป็นระยะอีก

กีฮยอนกำลังถ่วงหัวใจของเขาด้วยรอยยิ้มหวานจับใจ

จู่ๆเสียงใสก็หยุดฮัมเพลงแล้วแหงนเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า แน่ละว่าเขามองตาม เขาทำตามทุกอย่างที่กีฮยอนทำอยู่เสมอ อย่าถามเลยว่าเพื่ออะไร บางเรื่องมันไม่ต้องการเหตุผลหรอก และตอนนี้ก็เหมือนกับทุกครั้ง เขายิ้มให้กับพระจันทร์ดวงโตที่ฉายแสงนวลทอดลงมา วันนี้จันทร์เต็มดวงเลยดูจะยิ่งสว่างไสวและงดงามอย่างไม่มีที่ติ

เช่นเดียวกับคนรักของเขา

กีฮยอนงดงามเหลือเกินไม่ว่าจะอยู่ในอากัปกิริยาใดๆ ทุกการเคลื่อนไหวของเด็กน้อยทำให้เขาละสายตาไปไม่ได้ ชายหนุ่มจ้องมองความงดงามนี้มานาน จนบางครั้งก็นึกถามตัวเองว่านานเกินไปหรือยัง ความรักของเขาทั้งคู่ยังต้องเป็นความลับไปอีกนานเท่าไรกัน

แต่ตราบใดที่ยังหาคำตอบไม่ได้ เขาก็ยังคงต้องทำแบบนี้ต่อไป

เพราะท้องฟ้าสีกำมะหยี่ทำให้บรรยากาศกลางคืนดูจะไม่ปลอดภัย เขาไม่อาจปล่อยให้คนรักต้องเดินกลับบ้านคนเดียวได้ ไม่มีอะไรรับประกันเลยว่าเจ้าตัวเล็กของเขาจะไม่ถูกจี้ปล้นเอาระหว่างทาง แสงสว่างเดียวในทุกวันคือดวงไฟติดๆดับๆที่ไว้ใจไม่ได้ เขาคงนอนไม่หลับหากต้องปล่อยให้กีฮยอนกลับบ้านเองลำพัง ความห่วงหาอาทรดูจะมีปริมาณมากขึ้นทุกที

มากเสียจนเขาแทบจะยั้งมันเอาไว้ไม่ได้ในบางครั้ง




แค่อยากจะมีเวลาอยู่ด้วยกันบ้าง

นั่นล่ะคือเหตุผลที่จะต้องทำแบบนี้กับคนที่เขารัก

เพราะว่าตลอดทั้งวันกีฮยอนเอาแต่ขอเวลาไปอยู่กับเพื่อน แน่นอนว่าเขาซึ่งยอมตามใจคนตัวเล็กทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เมื่อคำขอร้องถูกส่งมาพร้อมแววตาหวานฉ่ำแบบนี้แล้ว หัวใจที่เข้มแข็งอยู่เสมอกลับอ่อนยวบลงราวกับกระดาษที่เปียกน้ำ

“ขอบคุณนะครับพี่วอนโฮ”

รอยยิ้มและคำพร่ำขอบคุณซ้ำๆจากเรียวปากสวยทำให้เขามีความสุขไปตลอดทั้งวัน

แต่หลังจากนั้นแล้วเขากลับได้แต่นั่งมองจากที่ไกลๆ ความหอมหวานที่เคยเป็นของเขาทั้งหมดกลับถูกใครอื่นเชยชม กีฮยอนแย้มยิ้มให้ชายหนุ่มมากหน้าหลายตาอยู่เสมอเพราะความอัธยาศัยดี แน่นอนล่ะว่าเขาถูกออดอ้อนจนหลอมละลายอีกครั้งเมื่อแสดงอาการหึงหวง กีฮยอนทำให้เขาหายโกรธได้โดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายามเลย

แต่นั่นก็คือส่วนของคนรัก กีฮยอนเป็นแค่เด็กอัธยาศัยดีข้อนี้เขาเข้าใจ แต่พวกผู้ชายที่มารุมล้อมเด็กคนนั้นทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเจ้าตัวมีเจ้าของแล้วนั่นช่างจิตใจหยาบช้าเสียจริง มันมากเกินไปจนเขาไม่อาจทนต่อไปได้ เขาตัดสินใจจัดการมันทีละคน ทีละคน ไม่ได้หนักหนาอะไร ก็แค่เชือดไก่ให้ลิงดู คนอื่นๆจะได้เลิกราไปเองโดยไม่ต้องเหนื่อยมาก

วิธีการของเขาสำเร็จลุล่วงด้วยดี

แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าของใบหน้าน่ารักที่อยู่ในความคิดคำนึงตลอดเวลาก็ยังรักการเข้าสังคม กีฮยอนติดเพื่อนมากจนแทบไม่เหลือเวลาเอาไว้ให้เขาบ้างเลย แน่นอนล่ะว่าต้องน้อยใจ หลายครั้งที่เขาขอให้ใช้เวลาร่วมกันอย่างคนรักบ้าง แต่คนตัวเล็กมักจะปฏิเสธโดยใช้ข้ออ้างต่างๆนานา และงัดลูกเล่นหว่านล้อมอีกเพียงเล็กน้อยเขาก็ต้องยอมจำนน

กีฮยอนรู้ว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า และรู้ว่าต้องทำอย่างไรเขาจึงพ่ายแพ้

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางครั้งที่พวกเขามีปากเสียงกัน ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่พอใจ นิสัยเอาแต่ใจเป็นทุนเดิมและการยอมตามใจอยู่เสมอของเขาทำให้กีฮยอนได้เปรียบ ริมฝีปากบางแดงถูกงับเข้าหากันจนน่ากลัวว่าจะช้ำ คิ้วเรียวขมวดแน่นเข้าแทบจะเป็นปม ผิวขาวๆนั้นขึ้นสีจัดจนเขาลังเล

“พี่จะลำบาก ไม่ต้องมาส่งก็ได้นะครับ”

แต่เขารู้ดีว่าถ้อยคำที่ยกขึ้นมาประชดประชันกันนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนรักของเขาต้องการเลย กีฮยอนลอบยิ้มทุกครั้งเวลาที่เขาลุกเดินตามออกไป เรียวปากสวยแย้มยิ้มอย่างผู้กุมชัยชนะอยู่เสมอ ซึ่งถ้านั่นคือสิ่งที่กีฮยอนสนุกที่ได้เห็นมันแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่นักที่เป็นฝ่ายถูกขัดใจ

เพราะเหตุผลของรอยยิ้มแฝงเลศนัยที่ปรากฎขึ้นบนใบหน้าน่ารักคือตัวเขาเอง

ขอให้เห็นเขาอยู่ในสายตาบ้างเท่านั้น

แค่นี้ก็พอแล้ว




“ถ้าอยากจะรู้ว่ากีฮยอนคิดยังไง ทำไมไม่ลองคุยดูล่ะ”

เคยมีใครสักคนบอกเขาเอาไว้

เขาเคยลองเกริ่นๆดูหลายครั้ง ทว่าความตั้งใจที่มากล้นดูท่าจะไม่พอ เขาพ่ายแพ้ต่อเด็กผู้ชายคนนั้นที่ล่อลวงให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบอยู่เสมอ กีฮยอนมักจะเปลี่ยนเรื่องเวลาที่เขาพยายามพูดถึงการแสดงความรักอย่างเปิดเผย แต่นอกจากยกยิ้มน้อยๆแล้วเดินหนีไปอีกทาง เขาก็ไม่เคยได้รับคำตอบที่มากกว่านั้น

ทั้งที่เตรียมการมาอย่างดี แต่ก็ไม่เคยเอาชนะได้สักที

แต่เพราะว่าคืนนี้เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวง เป็นคืนที่ฟ้าเปิดโล่ง ดวงดาวมากมายพราวระยับอยู่เหนือหัวจนแค่เงยหน้ามองก็ทำเอาตาพร่า

เขาจึงเหมาเอาเองว่ามันคือสัญญาณว่าอะไรอะไรจะออกมาดี

ดวงตากลมใสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขารุดไปดักหน้าคนตัวเล็กเอาไว้ กีฮยอนหยุดยืนนิ่งและกระชับกระเป๋าสะพายติดกับแผ่นหลังยิ่งกว่าเดิม จากนั้นจมูกเล็กน่าฟัดจึงผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เขายิ้มพลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอยเป็นเชิงขอโทษที่ทำให้คนน่ารักต้องตกใจ

“พี่..วอนโฮ”

ริมฝีปากเล็กเอ่ยชื่อของเขาออกมาอย่างไม่มั่นใจ แต่เขาทำได้เพียงกลั้นยิ้มจนเจ็บแก้ม ทั้งที่ไม่เคยคิดว่าชื่อของเขาจะเป็นคำที่พิเศษ แต่เมื่อมันออกมาจากปากของกีฮยอนแล้วกลับดูคล้ายจะไม่ธรรมดา ภาพของเรียวปากบางที่ขยับช้าๆเป็นคำ และถูกขบด้วยความหวาดหวั่นนั้นทำให้ใจเขาสั่นระรัว

เขารู้สึกราวกับกำลังขาดอากาศหายใจ

พูดก็พูดเถอะ ..ว่ากันตามจริงแล้วเขาหลงใหลในทุกสิ่งที่เป็นกีฮยอนก็จริง แต่ริมฝีปากคืออะไรที่ดีที่สุด เขาเก็บเอามันไปฝันอยู่หลายคืนเมื่อได้เห็นครั้งแรก อาจดูคล้ายกับคนโรคจิต แต่เขามั่นใจว่าเขาถูกดึงดูดด้วยปากเล็กๆนั่นจนไม่สามารถหนีไปไหนได้พ้น

เด็กตรงหน้านี่กำลังทำให้เขาเป็นบ้าอีกครั้ง

ฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อของเขาถูกยกค้างกลางอากาศชั่วอึดใจ เป็นวินาทีที่ยาวนานเมื่อเขาต้องการจะจับมือเล็กๆนุ่มนิ่มนั้น แล้วเอ่ยปากพูดสิ่งที่คิดมาตลอดออกไป แต่เมื่อเผชิญกับวินาทีอันตรายเข้าจริงๆกลับพบว่ากีฮยอนดูดีเกินไป น่ารักเกินกว่าที่เขาจะกล้าแตะต้อง

คิ้วเรียวของเด็กชายขมวดมุ่นอีกครั้ง แววตาหลุกหลิกทำให้เขาเผลอยิ้ม

กีฮยอนดูกระสับกระส่ายและหวาดกลัว แต่เป็นอาการขวัญผวาที่ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบคว้าเอาร่างเล็กๆมากอดไว้ ผิวขาวที่เคยแต่เพียงจ้องมอง บัดนี้ได้สูดดมมันจนเต็มปอด กีฮยอนดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรง แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เด็กน้อยของเขาคิด

เด็กคนนี้เร่งให้เขาตัดสินใจว่าควรทำอะไรต่อไป

เขาก้มลงประทับริมฝีปากลงที่ด้านหลังลำคอขาวเนียน ความหอมหวานที่ได้รับนั้นมากเกินจะอดทนต่อไปได้แม้เพียงเสี้ยววินาที ผิวเนื้อที่เสียดสีทำให้สัมปชัญญะของเขาลดน้อยลงจนใกล้หมด ยิ่งเด็กชายดิ้นพล่านเขาก็ยิ่งรัดแน่น ยิ่งกีฮยอนไม่เชื่อฟังเขาก็จะกำราบความดื้อรั้นนั้นด้วยมือของเขาเอง

ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี




เขาควรจะทำอย่างไร

“ปล่อย.. พี่.. ปล่อยผม..”

เสียงสั่นเครือที่ดังอยู่เกือบจะชิดต้นคอทำให้เขายิ้มพึงใจ เด็กน้อยทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักอยู่ภายในปราการแน่นหนาทว่าหาทางออกไปไม่ได้ เสียงร้องเรียกขอให้ใครก็ตามช่วยเหลือยิ่งทำให้เขาแสยะรอยยิ้มโดยพลัน เด็กชายรู้ดีพอๆกับที่เขารู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่มีใครอยู่แถวนี้

“ช่วยด้วย ..ช่วยด้วย..”

แม้ว่าจะร้องเรียกจนขาดใจก็จะไม่มีใครผ่านมาเจอ

ความพยายามที่จะขยับกายออกห่างทำได้เพียงสร้างความรวดร้าวให้ร่างกายน้อยๆเท่านั้น กีฮยอนกรีดเสียงร้องพลางทิ้งตัวให้ล้มลงไปที่พื้น แน่นอนว่าเขาเองเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะเอาตัวเองเป็นเครื่องกำบังความเจ็บปวด ร่างเล็กในอ้อมแขนไม่เป็นแผลหรือเปรอะเปื้อนใดๆ เขาเป็นฝ่ายรองรับทุกสิ่งเอาไว้แทน

ไม่มีคำขอบคุณหลุดจากปากเล็ก

“พี่หยุดทำแบบนี้เถอะ บอกแล้วไงว่าอย่าตามผมแบบนี้เลย”

แววตาโกรธขึ้งเท่านั้นที่ถูกส่งให้ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาโกรธเกลียดคนรักได้เลย แม้จะทำตัวไม่น่ารักไปบ้างแต่เขาจะยอมอดทน เด็กน้อยของเขาคงจะกำลังงอนมาก ที่ต้องทำก็คือง้อไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น จนกว่ากีฮยอนจะอารมณ์ดีกว่านี้และยอมยิ้มหวานๆให้เหมือนอย่างที่เคย

“หยุดโรคจิตสักที ผมเหนื่อยจะไล่พี่ไปไกลๆแล้ว”

แต่เหมือนว่าจากความเกรี้ยวกราดที่แสดงออกมานี้ จะทำให้เขาต้องอดทนรอต่อไปอย่างน้อยอีกสักพักใหญ่ แต่เขาจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะเมื่อกีฮยอนยอมให้อภัย เด็กน้อยก็จะกลับมาเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์

“ผมบอกไปหลายครั้งแล้วว่าผมไม่ใช่แฟนพี่ หยุดบ้าไปคนเดียวได้แล้ว ผมเกลียดพี่”

อา.. แต่นี่ดูจะมากเกินไปสักนิด

ความอดทนของเขาลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย

“ไม่เอาสิครับ อย่าดื้อนะ..”

เขายังพยายามจะควบคุมอารมณ์ แต่เหมือนคนตัวเล็กจะไม่ยอมเข้าใจกันเสียเลย กีฮยอนยังคงแผดเสียงปล่อยถ้อยคำผรุสวาทใส่จนเขาเจ็บช้ำน้ำใจเหลือเกิน

ริมฝีปากเล็กที่เขาเฝ้าทะนุถนอม ผิวขาวที่เขาเฝ้าฟูมฟัก ใบหน้างดงามที่เขาเฝ้ามองดู บัดนี้ไม่อาจมีสิ่งใดต้านทานแรงอารมณ์ของเขาได้อีก กีฮยอนทำลายทุกอย่างลงด้วยการทำร้ายหัวใจของเขาจนแตกสลาย

หัวไหล่กลมมนถูกกดลงบดเบียดกับพื้นถนน เขากำรอบลำคอเล็กจนผิวขาวขึ้นรอยแดงชัดเจน แต่เขาจะไม่ทำให้กีฮยอนเจ็บปวดมากถึงขาดลมหายใจ เพียงสั่งสอนเล็กๆน้อยๆเท่านั้น เด็กชายหอบหายใจแรงเมื่อเป็นอิสระ และตวัดสายตามองเขาอย่างเกลียดชัง ซึ่งเขาไม่ชอบแววตาแบบนั้นเอาเสียเลย

กีฮยอนไม่น่ารัก ดังนั้นจึงถูกลงโทษ

ริมฝีปากหนาบดจูบลงบนปากเล็กแดงช้ำที่กำลังหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด เด็กน้อยดูราวกับตุ๊กตาที่น่าสงสาร แต่เขาไม่สามารถหยุดตัวเองได้อีกแล้ว มือและริมฝีปากร่วมกันฉีกทึ้งทุกสิ่งออกจนเหลือเพียงผิวกายขาวนวล แสงจันทร์ทาบทาร่างเล็กที่หายใจรวยริน เขาบดริมฝีปากลงบนร่างงดงามนั้นช้าๆ ลิ้มรสหวานหอมที่ได้แต่เฝ้ามองมาแสนนาน

เพียงครู่เดียวฝ่ามือก็เข้าครอบครองทุกส่วนสัดตามที่ริมฝีปากได้สร้างรอยไว้ก่อนหน้า เวลานี้เด็กชายปิดตาและขบริมฝีปากเข้าหากันแน่น เขาได้แต่ยิ้มและปลอบประโลมเด็กน้อยให้คลายความหวาดกลัว แน่นอนว่าเขาไม่ได้ต้องการทำอะไรรุนแรงแม้สักนิด แต่เพราะกีฮยอนทำร้ายหัวใจของเขาอย่างไม่ใยดี

ดังนั้นเขาคงไม่ผิดหากจะย่ำยีให้เด็กชายต้องมัวหมองเช่นกัน

“พี่รักกีฮยอนนะ”



Continue Reading

About Us:

Inkitt is the world’s first reader-powered book publisher, offering an online community for talented authors and book lovers. Write captivating stories, read enchanting novels, and we’ll publish the books you love the most based on crowd wisdom.