_quinth would love your feedback! Got a few minutes to write a review?
Write a Review

dis-appear

By _quinth

Romance / Drama

intro

since 17.06.2014




ถ้าสักวันหนึ่งผมหายไป

คุณจะรู้สึกอะไรไหม




ความชื้นแฉะและกลิ่นฝนยังลอยอวลอยู่ แม้มันจะตกและหยุดไปนานแล้ว แต่อาจเพราะเมื่อคืนมีพายุเข้า ฝนตกรุนแรงจึงยังทิ้งกลิ่นไอเอาไว้จนตอนนี้

"เฮ้อ"

เสียงพรูลมหายใจดังขึ้น เด็กชายไหวไหล่เบาๆอย่างอ่อนใจ แม้ไม่ชอบฝนเท่าไรเพราะมันดูหดหู่เหลือเกิน แต่ก็ห้ามธรรมชาติไม่ได้อยู่ดี

"แทฮยอน เดินช้าๆสิ น้ำฝนกระเด็นใส่เท้าผมหมดแล้ว"

เสียงบ่นพึมพำดังขึ้นไม่ไกลนัก แทฮยอนเจ้าของชื่อยกยิ้มมุมปากขึ้นนิดหน่อย ก่อนจะกระซิบตอบกลับไปเบาๆ

"คุณไม่มีเท้าสักหน่อย อย่าขี้โม้หน่อยเลยน่า"

เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้น ทว่าไม่ช้าฝีเท้าก็ก้าวช้าลงตามคำขอ ดวงตาโค้งเป็นรอยยิ้มตามริมฝีปาก อย่างที่หาได้ยากจากนัมแทฮยอนในบรรยากาศเช่นนี้

เพราะมีเขาอยู่นั่นละ

แม้จะแตะต้องไม่ได้ก็ตาม




นัมแทฮยอนเป็นเด็กชายอายุสิบแปดปี เรียนอยู่ในชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายของโรงเรียนมัธยมใกล้บ้าน อาศัยอยู่กับแม่และน้องชายที่เด็กกว่าสองปีชื่อดงฮยอน แทฮยอนนิยามตัวเองไว้เสมอว่าเป็นคนหลายบุคลิก ขึ้นกับอารมณ์และสถานการณ์ในตอนนั้น ชีวิตของเขาไม่ค่อยมีเหตุการณ์อะไรน่าประทับใจ นอกจากเหตุการณ์พายุเข้าเมื่อปีก่อน

จำได้ว่ามันรุนแรงและกะทันหันมากจนน่าตกใจ ช่วงกลางดึกในคืนหนึ่งของฤดูฝนที่อากาศกำลังเย็นสบาย จู่ๆลมก็พัดแรงและเม็ดฝนกระหน่ำตกลงมาจากท้องฟ้าจนทั่วบริเวณ เขางัวเงียลืมตาตื่นขึ้นมามองดูอากาศที่กำลังแปรปรวนนั่นอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงเดินลงไปที่ชั้นล่างของตัวบ้านเพื่อดูว่าลูกสุนัขที่เลี้ยงไว้ยังคงปลอดภัยดี

"บิงบิง เป็นยังไงบ้างหือ"

เสียงใสเอ่ยขึ้นพลางเร่งฝีเท้าตรงรี่ไปที่เจ้าลูกสุนัขขนปุยสีขาวหม่น มือบางช้อนมันขึ้นมาทั้งตัว สัตว์ขนปุยดิ้นยุกยิกในมือและตัวสั่นจนเขาสัมผัสได้

"หนาวหรอ หรือว่ากลัวฟ้าผ่าล่ะเรา"

มือบางยังคงลูบไปมาตรงกลางระหว่างใบหูยาวที่ตั้งชันขึ้น แทฮยอนพยายามปลอบให้มันใจเย็นลงและคลายอาการสั่นเทิ้มนั้น แต่ดูเหมือนกับจะไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเสียเลย ทั้งที่ปกติบิงบิงเป็นลูกหมานิสัยดี พายุคงทำให้มันตกใจ

"ไม่เป็นไร แค่ฝนตกเอง ไม่เป็นไรนะ"

เสียงใสยังคงปลอบประโลมสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในมือ บิงบิงเริ่มเห่าเสียงดังจนเขากลัวว่าดงฮยอนและคนอื่นๆจะตื่นขึ้นมา ทำให้คิ้วสีเข้มขมวดเข้าหากันอย่างฉงนใจ แต่ไม่ช้าก็สังเกตเห็นดวงตาของลูกสุนัขที่จ้องเขม็งไปยังกรอบประตูไม้สีน้ำตาลเข้ม

"แกเห็นอะไรอยู่ข้างนอกนั่นหรือไงนะ"

เกาคางเพื่อให้ลูกสุนัขสงบลงพลาง หัวใจของเขาก็เต้นตึกตักไปพร้อมกันด้วย เพราะเขาว่ากันว่าสัญชาตญาณของสัตว์จะดีกว่ามนุษย์ บางทีบิงบิงอาจจะได้ยินหรือจับสังเกตได้ถึงอะไรหรือใครที่อยู่อีกฝั่งของบานประตู ซึ่งเขาไม่เห็นก็เป็นได้

เสียงเม็ดฝนยังปะทะกับหลังคาบ้านอย่างต่อเนื่อง และดูจะรุนแรงยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ แทฮยอนกัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บเหมือนกับที่ชอบทำเวลาที่ตัองตัดสินใจอะไรยากๆ ลมพัดหวีดหวิวอยู่ด้านนอกทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว ลังเลใจว่าควรออกไปดูว่ามีใครอยู่ข้างนอกดี หรือควรกลับขึ้นไปปลุกแม่และน้องชายให้ตื่นขึ้นมาดูพร้อมๆกันดี

สุดท้ายนัมแทฮยอนก็คว้าไม้เบสบอลที่วางอยู่ในตู้เก็บของ แล้วค่อยๆย่องออกไปยังบานประตูเจ้าปัญหานั่น แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะก้าวเข้าไปใกล้จนหมุนลูกบิดประตูได้ถนัด เสียงคล้ายอะไรบางอย่างกระทบกับประตูบ้านก็ดังขึ้น ใกล้และกังวานมากพอที่จะทำให้เขาชะงักมือลง

เด็กชายเบิกตากว้างท่ามกลางความมืด เงี่ยหูฟังให้แน่ใจอีกครั้งว่าเสียงที่เขาได้ยินนั้นมันมีอยู่จริง ไม่ได้หูฝาดไปเอง หลังจากกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่หูก็หายอื้อ แต่เสียงประตูถูกกระแทกนั้นยังคงอยู่ ไหนจะแรงสั่นสะเทือนนั้นอีกที่ทำให้เขาแน่ใจว่ามีคนอยู่ข้างนอกจริงๆ

หรือแม้ว่าไม่ใช่คน..

ไม่ว่าจะโจรหรือผีก็น่ากลัวพอๆกัน

แทฮยอนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จัดท่าทางการยืนที่คิดว่าทะมัดทะแมงและเหมาะแก่การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มือขวาจับลูกบิดประตู ในขณะที่มือซ้ายกระชับไม้เบสบอลในมือแน่น ไม่ว่าข้างนอกประตูนั่นจะเป็นมนุษย์หรือไม่ เขาก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับมันให้ดีที่สุด

วินาทีที่ระทึกใจที่สุดในชีวิตกำลังเดินทางมาถึง..

"ย่าห์!”

ตะโกนออกไปเสียงดังพร้อมกับหวดไม้ขนาดเหมาะมือออกไปเต็มแรง เสียงตึกตักของหัวใจเต้นนั้นดังจนเขาได้ยินมันชัดเจน เพราะความตื่นเต้นและอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาเป็นจำนวนมาก อาจจะมากพอๆกับเหงื่อที่ทำให้ฝ่ามือชื้นแฉะ

ทว่าพลาดเป้า..

ไม้เบสบอลสีอ่อนไม่ได้ตีถูกบริเวณที่คาดว่าจะเป็นศีรษะหรือต้นคอของใครสักคน อันที่จริงต้องเรียกว่ามันไม่มีทางจะไปฟาดถูกหัวใครได้ เพราะไม่มีใครอยู่ตรงหน้าประตูบ้านตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แทฮยอนรู้สึกได้ว่าแท่งไม้แข็งแรงในมือกระทบกับของแข็งบางอย่าง ซึ่งคิดไม่ผิดว่าคงเป็นบานประตู

หลังจากค่อยๆลืมตาขึ้น ดวงตาเรียวรีที่ปิดแน่นเมื่อครู่ก็พบกับความว่างเปล่า ตัดข้อสงสัยว่าจะเป็นโจรที่มาปล้นบ้านแถวนี้ได้ ลมพายุที่พัดแรงและเม็ดฝนซึ่งสาดใส่ใบหน้าขาวนั้นเป็นหลักฐานได้ดี แทฮยอนยืดแขนออกไปจนสุดก็ยิ่งแน่ใจ ถ้าไม่ได้เป็นบ้า ไม่มีใครจะยอมออกจากบ้านฝ่าพายุฝนที่ตกหนักถึงขนาดมองไม่เห็นปลายนิ้วตัวเองหรอก

ดังนั้นเขาจึงถอยตัวเองกลับเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว แผ่นหลังสั่นสะท้านไม่แพ้เจ้าบิงบิงเมื่อครู่ ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากสายฝนที่สาดมาโดนตัวเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะตาเรียวเหลือบไปเห็นลูกสุนัขตัวเล็กขนปุยของตัวเอง หยัดสี่ขาขึ้นยืนพร้อมหางตั้งชูชัน ตั้งหน้าตั้งตาเห่าใส่อะไรสักอย่างที่เขามองไม่เห็น

เป็นความคิดเรื่องโลกหลังความตายนั่นละที่เขาคิดถึงเป็นอย่างแรก ไม่ว่าเป็นใครที่เจอเรื่องราวแบบเดียวกันนี้ก็คงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ทั้งที่ปกติแล้วเขาไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องพวกนี้เท่าไรนัก ต่างจากดงฮยอนที่กลัวผีจนขึ้นสมอง นึกดีใจว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือเขาไม่ใช่น้องชาย ไม่อย่างนั้นเด็กนั่นต้องช็อคตายแน่ๆ

ระหว่างที่รวบรวมสติคิดหาวิธีจัดการกับเหตุการณ์ตรงหน้า เค้นหาบทสวดมนต์ก็นึกไม่ค่อยออกเพราะไม่ได้ใช้บ่อยนัก กลับมีสิ่งที่ทำให้แทฮยอนรู้สึกประหลาดใจ จนรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นยิ่งกว่าเดิม ขายาวภายใต้กางเกงบอลสีน้ำเงินทรุดลงนั่งพับเพียบกับพื้น เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นที่ทาบทับลงบนริมฝีปากของตัวเอง

"คุณ อย่าเสียงดังนะ ผมมาดี"

เสียงกระซิบเบาที่ข้างหูทำให้แม้อยากจะตะโกนออกไปเสียงดังเท่าไร ก็กลับมีเพียงลมบางๆเท่านั้น ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากซึ่งอ้าพะงาบๆ ดวงตาเรียวเบิกโพลง และขนอ่อนที่บริเวณต้นคอตั้งขึ้นจนรู้สึกชาไปทั้งตัว

หัวสมองคล้ายจะแบลงก์ไปพักหนึ่ง

"ผมไม่ใช่ผี..เอ่อ คิดว่างั้นนะ แต่ยังไงก็ตาม ไม่ต้องกลัว ผมบอกแล้วว่าผมมาดี"

หางคิ้วยิ่งลู่ลงเมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น ใครก็ตามที่กำลังในเสียงทุ้มแหบห้าวนี้คุยกับเขาอยู่เหมือนจะยังไม่แน่ใจในสถานะของตัวเองด้วยซ้ำ ว่าเขาเป็นผี วิญญาณ หรือตัวอะไรกันแน่

"ผมจะปล่อยมือแล้ว คุณอย่าร้องเด็ดขาดนะ"

เมื่อนั้นนัมแทฮยอนถึงได้รู้ว่าสัมผัสอุ่นๆที่เขารู้สึกนั้น แท้จริงแล้วคือมือของใครคนนั้นที่เขาเองก็มองไม่เห็น มีเพียงความว่างเปล่าอยู่รอบกายเขา กับเจ้าบิงบิงที่เลิกเห่าเสียงดังไปแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นคำรามขู่ใครคนนั้นแทน กลายเป็นว่าตอนนี้เขารู้ว่าสิ่งมีชีวิตปริศนาคนนั้นอยู่ตรงไหน ก็จากสายตาที่จ้องเขม็งของลูกหมาตัวเล็กเท่านั้น

"คุณ..เป็นใคร?”

แม้จะพยายามควบคุมตัวเองเต็มที่แล้ว ก็รู้สึกได้ว่าเสียงของตัวเองยังสั่นอยู่มาก แทฮยอนรวบมือสองข้างของตัวเองเข้าด้วยกัน พยายามมองไปรอบๆตัวแต่ก็ไม่สามารถเห็นอะไรได้มากกว่าเดิม

"ซึงยูน ..ผมชื่อคังซึงยูน"

และนั่นคือเหตุการณ์สำคัญที่ตลอดทั้งชีวิตนี้แทฮยอนจะไม่มีวันลืมได้ลง..



Continue Reading Next Chapter
Further Recommendations

SandraHan1: This story is very descriptive, with vivid scenes from the very beginning, which made for a good scene setting. I love the symbolism in names, such as “Naysayers”, “Hadd”, etc . The story itself is revolutionary, intriguing, emotional and exciting. I was very pleased to see that there is a happy ...

heavyonbooks: I admire your creativity. You have written a great piece. I want to promote your Inkitt book for free to my list of newsletter subscribers. If that is alright by you then please email me at exzordersplrwso AT gmail.com to book your spot, thanks.

Deseree Riley: Does this mean the end for her? I would love to know if it was. Such an open ended close to the book, im so conflicted! Youre an amazing writer and id love to see more of your work!

Mercurial._.Unicorn: The old style of writing is beyond good for today's modern writing styles.I loved the plot and the characters and I loved the way the character development was done. It was gradual and good. Not too good to believe nor too little to leave the book half read.The grammar according to my reading exp...

Aki Trilee: This is one of the best books I've ever read. The author tells a story about a girl who goes through so much stress but able to find true love. Beautifully written, very emotional and romantic. I ended up staying up until three in the morning so I could keep reading. FLAWLESS!

GWritesNovels : This book was highly enjoyable! The story was beautiful and I loved every moment of it. Allison and Nicole felt very real and three-dimensional, and their relationship was beautiful. I would definitely read it again, and these characters will stay with me for a long time.

Bad: The Setting was applicable to the characters, and it was a fantastic story the theological concepts were pretty interesting and the themes were intriguingThe author use the POV which the readers can feel, the characters all had a good back storyIt was a hooking story, and one of the unique book t...

Helloitsemily: I am a girl that gets bored easy so does lots of things at once but this was incredible it made me read all of it and not get bored

More Recommendations

Lauren Kabanyana: It's simply amazing, the story is touching and has you captivated while reading! I loved it! Would read it over and over again. I applaud the way this book was able to evoke a mixture of feelings. I felt everything the two main characters felt from the start to end, i would recommend this novel t...

Ro-Ange Olson: This is such a different romance story. I loved it. The book was very long and could be split into 2-3 books in my opinion, but I'd hate to have to wait to read the next part too. I loved the chapter from Darius's point of view. It was a really different way for the writer to cover time and also ...

{{ contest.story_page_sticky_bar_text }} Be the first to recommend this story.

About Us:

Inkitt is the world’s first reader-powered book publisher, offering an online community for talented authors and book lovers. Write captivating stories, read enchanting novels, and we’ll publish the books you love the most based on crowd wisdom.