cactus
since 15.07.2014
“แคคตัสคือ พืชที่จัดอยู่ในประเภทพืชลำต้นอวบน้ำ(Stem succulent) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพืชอวบน้ำทั้งหมดจะเป็นแคคตัสเสมอไป พืชที่จะจัดอยู่ในตระกูลของแคคตัส จะต้องประกอบด้วยลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 4 ประการ คือ เป็นไม้ยืนต้น เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ออกลูกเป็นผลเซลล์เดียว และมีตุ่มหนาม ซึ่งตุ่มหนามนี้จะพบได้ในพืชตระกูล แคคตาซี (cactaceae) หรือตระกูลแคคตัสเท่านั้น
ลักษณะพิเศษที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ แคคตัสแทบทุกชนิดจะไม่มีใบ หรือลดรูปใบกลายเป็นหนามหรือขน และแม้ว่าพืชวงศ์อื่นจะมีการลดรูปใบและมีหนามเช่นกัน อย่างเช่นพวกยูโฟเบีย(Euphorbia) แต่ก็จะยังมีใบเล็กๆให้เห็นเป็นส่วนใหญ่ เพียงแต่อาจหลุดร่วงเร็วไม่ได้หายไปเลยเหมือนแคคตัส”
แทฮยอนพลิกหน้ากระดาษกลับไปกลับมาหลายที เม้มริมฝีปากเข้าหากันแล้วชี้นิ้วไล่ไปตามตัวอักษร พลางกวาดสายตาตามปลายนิ้วของตนเอง แล้วก็ถอนหายใจแรงเมื่อพบว่าหนังสือเล่มโตในมือ ไม่มีข้อความที่ตนเองต้องการอยู่เลย
“ไม่เห็นจะมีเลย.. ใช้ไม่ได้จริงๆ”
พึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเองแล้วกลับขมวดคิ้วมุ่น ให้หางคิ้วมันตกลงมาอยู่ข้างลูกตาอย่างที่ใครๆเขาชอบล้อ แต่เวลานี้เขาอยู่คนเดียวลำพังในห้องนอน ไม่มีใครจะมาล้อได้นอกจากหมอนหนุน หมอนข้าง หมอนอิง และเครื่องใช้ส่วนตัวที่ถูกวางกองกันระเกะระกะบนโต๊ะเครื่องแป้งที่มุมห้อง
“แล้วไง จะไปหาจากไหนล่ะงั้น ..วุ่นวายจริง”
สายตายังชำเลืองมองไปยังหนังสือกองโตที่อุตส่าห์หอบหิ้วกลับมาจากห้องสมุด ปวดแขนปวดไหล่ไปเปล่าๆแล้วยังไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยสักนิด คิดแล้วก็ยกแขนข้างที่ปวดขึ้นดู สุดท้ายต้องกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายใจอีกทีที่เห็นรอยแดงเป็นปื้นบนท้องแขน คิดแล้วน่าโมโหชะมัด
“บอกแล้วว่าอย่าซื้อมาๆ ไม่เคยฟังกันบ้าง งี่เง่า”
ปากยังไม่หยุดบ่น แต่มือก็ไม่หยุดควานหาหนังสือเล่มต่อไปจากกองหนังสือกว่ายี่สิบเล่มที่วางตั้งอยู่บนพื้น เขายกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิเพื่อความสบายตัวอีกนิด แล้วก้มหน้าก้มตาหาข้อมูลที่ต้องการต่อไป ทั้งที่ยังบ่นกึ่งด่าใครสักคนไปด้วยไม่หยุด
มีแฟนแล้วมันน่าหงุดหงิดอย่างที่เขาว่ากันจริงๆด้วย
ฮัดชิ้ว
อีซึงฮุนยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทัน ตอนที่นั่งสุมหัวทำรายงานกับเพื่อนๆในกลุ่มแล้วจู่ๆก็จามขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ถ้าเป็นครั้งแรกนั่นคงยังไม่เท่าไร แต่นี่คือครั้งที่สองในเวลาไล่เลี่ยกัน สายตาของเพื่อนสี่ห้าคนที่เงยหน้ามองด้วยความเป็นห่วงนั่นไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขา แต่คำเอ่ยทักนั่นต่างหาก
“ซึงฮุน จามสองทีมีคนบ่นถึงปะวะ”
เสียงกลั้วหัวเราะของซงมินโฮเงียบลงไปแล้ว แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกร้อนๆหนาวๆอยู่เลย ทั้งที่ปกติก็ว่ามินโฮมันเป็นคนพูดอะไรไร้สาระ แต่ทำไมวันนี้ถึงได้เก็บมาคิดนัก
“เดี๋ยวมานะ”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นจากโต๊ะไม้ที่ใต้ตึกคณะ เดินเร็วๆไปทางห้องน้ำแต่ไม่เข้าไปด้านใน กลับเลี้ยวไปหยุดยืนอยู่ที่บริเวณซึ่งจัดไว้สำหรับให้สูบบุหรี่ แต่แน่นอนว่าซึงฮุนไม่ใช่คนขี้เหล้าเมายา เขาไม่ได้มาสูบบุหรี่ แต่ต้องการจะเช็คว่าไอ้สิ่งที่มินโฮพูดแซวจนเก็บมาคิดนั่น เป็นจริงสักแค่ไหนกัน
“ฮัลโหล แทฮยอน”
ทันทีที่กรอกเสียงใส่โทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงตอบรับเหมือนลมแรงๆพรืดหนึ่ง แล้วก็รับรู้ในวินาทีต่อมาว่านั่นคือเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของอีกคน สีหน้าที่สดใสเมื่อครู่เริ่มเจื่อนลงนิดหน่อย แต่ยังทำใจดีสู้เสือแล้วเอ่ยถามออกไปอย่างร่าเริง
“คิดถึงพี่ล่ะสิ เมื่อกี้พี่จามสองทีติดกันด้วย”
เงียบ ..คราวนี้งียบเป็นเป่าสากเลย เงียบจนเกือบจะถามไปแล้วว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไปเสียงใสๆเหมือนลูกแมวนั่นก็ตอบกลับมาเสียก่อน
“บ้าปะ คิดถึงบ้าไร นี่กำลังด่าเลย บอกว่าอย่าซื้อๆ ไอ้แคคตัสเนี่ย ..แม่งไม่ได้ดูแลง่ายกว่าต้นไม้อื่นเลย หาในหนังสือก็ไม่เห็นเจอ รดน้ำตอนไหน กี่ครั้งต่อวัน กี่วันต่อครั้ง ไม่เห็นมีบอกเลย น่าหงุดหงิดชะมัด”
บ่นยาวยืดแล้วก็ส่งเสียงขู่ฟ่อผ่านมาตามสายด้วย บอกตรงๆว่าซึงฮุนก็กลัวอยู่หรอกไอ้กิริยาลูกแมวกึ่งเสือแบบนี้ แต่ทำไมถึงรู้สึกว่ามันน่ารักมากกว่าก็ไม่รู้ ยิ่งคิดถึงตาดุๆที่ปรายมามอง จมูกโด่งๆที่เชิดขึ้น แล้วไหนจะปากแดงๆที่แบะออกโดยที่ไม่ตั้งใจนั่นอีก
“หาในอินเตอร์เน็ตสิ มันน่าจะมีบอกอยู่นะ คนเลี้ยงออกเยอะ ..อ้อ แล้วก็แฟนกันทำไมจะคิดถึงกันไม่ได้ ถ้าคิดถึงกันแล้วบ้า งี้พี่ก็บ้ามาทั้งวันละดิ ?”
แทฮยอนเงียบไปอีกแล้ว เงียบแบบไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก แบบที่งงว่าตัดสายไปแล้วหรือยัง เอ..แต่ก็ไม่มีเสียงตู๊ดๆนี่นา และในระหว่างที่ซึงฮุนกำลังทะเลาะกับความคิดตัวเอง เสียงใสก็ตอบกลับมาเบาๆ
“เออ คิดถึงก็รีบกลับมาดิวะ เอาแต่คิดละชาตินี้จะถึงปะ”
อ๋อ.. ที่แท้ก็เขิน
มีแฟนขี้อายแบบนี้มันดีจริงๆเลยน้า